Last Updated on Wednesday, 20 October 2010 08:24
( 4 Votes )จิตวิถีครูคาทอลิกเซนต์คาเบรียล 2010
ระหว่างวันที่ 16-17 ตุลาคม 2553
“อาหารที่เรารับประทานเข้าไปทุกวันมีความสำคัญต่อชีวิตร่างกายฉันใด....อาหารฝ่ายจิตใจก็มีความสำคัญมากฉันนั้น”... ระหว่างวันที่ 16-17 ตุลาคม 2553 คณะครูคาทอลิกเซนต์คาเบรียลและศาสนิกชนที่มีความสนใจจำนวน 41 คนเข้าร่วมฟื้นฟูจิตใจกับคณะครูโรงเรียนคาทอลิกในเขต 2 ณ ธนูริเวอร์รีสอร์ท อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี
มิติชีวิตภายในของครูทุกคนไม่ว่าจะนับถือศาสนาใดก็ตาม ถือว่ามีความสำคัญมากที่จะต้องมีการฟื้นฟูจิตใจ นั่งสมาธิฝึกจิตให้สงบ เป็นการเติมพลังฝ่ายจิตเว้นวรรคให้ชีวิต เพื่อให้มีพลังที่จะเสริมสร้างคุณงามความดีในการดำเนินชีวิตท่ามกลางสนามการแพร่ธรรมในโรงเรียนคาทอลิก ซึ่งมิได้แค่เพียงแต่สอนองค์ความรู้ทางด้านร่างกายสติปัญญาเท่านั้น แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นก็คือ การสอนชีวิตจิตใจให้นักเรียนเป็นคนดีมีคุณธรรมจริยธรรมควบคู่ไปด้วย หัวข้อการอบรม “จิตวิถีครูคาทอลิก” “Educating with a heart” จากบาทหลวงจรัล ทองปิยภูมิ ที่เน้นการดำเนินชีวิตในการรัก รู้คุณและรับใช้ อย่างเป็นรูปธรรม “Head Heart and Hand” คือ เริ่มจากการเรียนรู้ที่ปัญญา พามาสู่หัวใจและลงไปปฏิบัติจริง โดยวิธีบูรณาการความเป็นมนุษย์กับวิชาการและวัฒนธรรมความเชื่อต่าง ๆ แล้วกลั่นกรองออกมาเป็นองค์ความรู้ที่เป็นแก่นแท้ของชีวิตในการรักและรับใช้ตามจุดมุ่งหมายดั่งเดิมของพระศาสนจักรในการเข้าสู่วงการศึกษาคือการประกาศข่าวดีของพระเจ้าโดยผ่านทางครูเป็นบุคคลสำคัญ ที่จะบ่มเพาะเยาวชนในปกครองของตนให้เป็นคนดีมีศีลธรรม ดังนั้นคณะครูทุกๆคนในสถาบัน โดยเฉพาะคุณครูคาทอลิกจะต้องเป็นกลไกของพระศาสนจักรและเครื่องมือของพระเจ้าที่จะสร้างบรรยากาศการเรียนรู้อย่างเหมาะสมที่จะเป็นบ้านของพระเจ้า มีวัฒนธรรมที่ดีงาม มีจิตใจงดงาม อย่าลืมว่าภราดา ครู นักเรียน ผู้ปกครองและเจ้าหน้าที่ทุกคน ที่เดินเข้ามาในโรงเรียนเซนต์คาเบรียลนั้น เป็นแม่พระ นักบุญหลุยส์มารี เดอ มงฟอร์ต ที่จูงมือทุกคนเข้ามาในสถาบันอันทรงเกียรติแห่งนี้ ให้ทุกท่านตระหนักอยู่เสมอว่าสถานที่แห่งนี้มีบุญคุณต่อตนเองเสมอและรักที่จะอยู่ที่นี่ หรือรักคือการอยู่ที่นี่ ความรักคืออะไร นี่คือคำถามที่ธรรมดามากสำหรับทุกคน แต่คำตอบของแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันออกไป ในแง่ของคาทอลิกคือ การเอาชนะความจองหอง ยอมรับความบกพร่องของตนเองเพื่อขอความช่วยเหลือจากผู้อื่นเป็นต้นจากพระเจ้า ให้มีความถ่อมตนเสมอๆ ครั้งแล้วครั้งเล่าที่เราอาจจะละเลยที่จะพูดด้วยความรักกับเพื่อนๆรอบข้าง เป็นต้นกับเด็กนักเรียนของเรา ให้เรากับมาเรียนรู้ที่จะพูดด้วยความรักอีกครั้งเถอะครับ ความสุขศานติจะกลับมาสู่ภายในจิตใจและประเทศชาติ ให้เราเรียนรู้ที่จะให้อภัยซึ่งกันและกันเพื่อป้องกันภัยร้ายที่จะมาหาเราทุกคน และที่สำคัญถ้ารักธรรมชาติแล้วธรรมชาติก็จะรักเราตอบ พระเป็นเจ้าอาศัยเหตุการณ์ทางธรรมชาติในปัจจุบันบ่งบอกเราถึงวิกฤตทางด้านจิตใจและสังคมที่มีความเสื่อมโทรมลงทุกวัน ถ้าเรายังไม่มีความตระหนักโลกของเรา ประเทศของเรา บ้านของเรา และตัวของเราคงจะต้องรับผลกรรมที่เราก่อกันขึ้นนั่นเอง ไม่มีคำว่าสายเกินไปหากเราสำนึกผิด กลับตัวกลับใจในการดำเนินชีวิต รักสิ่งแวดล้อมรักษ์ธรรมชาติที่พระเจ้าได้ให้เราอย่างอุดมสมบูรณ์ ดูแลลูกหลานของพระให้เป็นคนดีมีคุณธรรม ในสนามแพร่ธรรมตามบริบทของตนเอง.......
“มาช่วยกันสร้างบ้านและสร้างคนที่พระให้เรามาให้มีรากฐานที่แข็งแรงต่อไปนะครับ”
(โดย Mr.Bug42: 19 ต.ค. 53 เวลา 11.30 น.)






































