Last Updated on Monday, 03 August 2009 04:17

หลัก 4 อ.ป้องกันตัวเองให้ห่างไกลไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
1. อย่าตระหนักตกใจจนเกินเหตุ : ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 และไข้หวัดใหญ่ทั่วไป ไม่ได้ติดต่อถึงกันได้ง่ายๆ แต่จะแพร่เชื้อได้ก็ต่อเมื่อใกล้ชิดกับคนที่มีอาการเท่านั้น ดังนั้นเราควรเป็นหูเป็นตา หากพบคนใกล้ชิดมีอาการเบื้องต้น คือ มีไข้สูง ปวดเมื่อยตามตัว ปวดศรีษะ ไอ จาม ให้รีบพาไปพบแพทย์ และลางาน-ลาเรียน เป็นการชั่วคราวเพื่อพักผ่อนและรักษาตัวให้หายเป็นปกติ เพื่อเป็นการจำกัดวงการแพร่ระบาดไปสู่ผู้อื่น
2. อย่าไปอยู่ในที่ๆ แออัด : ช่วงเวลาที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อโรค เราควรหลีกเลี่ยงสถานที่แออัดเป็นเวลานานๆ สถานที่แออัด ได้แก่ ต้องเบียดเสียดกัน เพราะเมื่อมีคนไอ จาม เชื้อโรคมีโอกาสเข้าสู่จมูกของเราได้ง่าย
3. อย่าเอามือสัมผัส ตา จมูก ปาก ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงในการติดเชื้อ : สำหรับคนที่ชอบเอามือมาขยี้ตา และแคะจมูก รวมทั้งชอบกัดเล็บ ควรหยุดพฤติกรรมดังกล่าวทันที เนื่องจากมือเป็นอวัยวะที่ไปหยิบจับสิ่งต่างๆ มากมาย จึงเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคนานาชนิด หากเอามาสัมผัส ตา จมูก ปาก เชื้อโรคก็จะเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายและเร็วขึ้น เราจึงต้องระมัดระวัง
4. อย่าลืมล้างมือทุกครั้งให้สะอาด : การหมั่นล้างมือบ่อยๆ เพื่อเป็นการสร้างเสริมสุขลักษณะนิสัยที่ดีในการใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย ห่างไกลจากเชื้อโรคต่างๆ
วิธีการดูแลรักษาและป้องกันการติดเชื้อสำหรับผู้ป่วย
เมื่อเรารู้สึกว่าตัวเองมีอาการป่วยคล้ายเป็นไข้หวัดใหญ่ หรือพบผู้อื่นที่มีอาการมีไข้ขึ้นสูง ปวดเมื่อยตามตัว ปวดศรีษะ มีน้ำมูก ไอ และจาม ให้สันษิฐานว่าอาจได้รับเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ซึ่งอาจเป็นไข้หวัดหใญ่สาย พันธุ์เก่าหรือสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งเราควรมีวิธีการดูแลและป้องกันตนเอง และผู้อื่นด้วยหลัก 5 พ. ดังนี้
1. พักเรียน-พักงาน : เมื่อเรารู้สึกตัวหรือพบว่ามีคนที่มีอาการไข้ขึ้น สูง ไอ จาม มีน้ำมูก และปวดศรีษะ ควรหยุดเรียน และลางานทันทีเพื่อควบคุมวงจรการแพร่ระบาดของเชื้อไม่ให้แพร่กระจายไปสู่ผู้ อื่น จนกว่าจะพักฟื้นหายเป็นปกติ
2. พบแพทย์ : หากมีประวัติการเดินทางกลับจากต่างประเทศ ควรไปพบทันทีที่มีอาการป่วย เพื่อดำเนินการรักษาอย่างถูกต้องตามอาการเพื่อฟื้นฟูให้ร่างกายกลับมาแข็ง แรงดังเดิม ในกรณีที่ไม่ได้เดินทางอาจดูแลรักษาตัวเอง โดยปกติอาการจะดีขึ้นใน 3 วัน หากไม่ทุเลาให้ไปปรึกษาแพทย์
3. ใส่หน้ากาก : การใช้หน้ากากอนามัยเป็นสิ่งที่ผู้ป่วยทุกคนต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้เชื้อไวรัสแพร่ระบาดไปยังคนอื่น จะเป็นแบบกระดาษใช้แล้วทิ้งหรือแบบผ้าที่เอามาซักแล้วใช้ได้ใหม่ก็ได้ ซึ่งสามารถลดการแพร่กระจายของเชื้อโรคที่มีการติดต่อผ่านมาทางละอองจมูก น้ำลาย เสมหะ การไอและการจาม
4. เพิ่มมารยาทการไอ-จาม : หากมีการไอ-จาม อย่าใช้มือป้องปากเพื่อเชื้อจะติดอยู่ที่มือ และง่ายต่อการแพร่เชื้อ เมื่อมีการจัดสิ่งของหรือแตะต้องตัวผู้อื่น แต่ให้ทุกคนพกผ้าเช็ดหน้าติดตัว เมื่อมีอาการไอจามทุกครั้งให้นำผ้าเช็ดหน้าปิดปากและจมูก เพื่อป้องกันละอองเชื้อไม่ให้กระจายไปสู่ผู้อื่น โดยหากไม่มีผ้าผ้าเช็ดหน้า ให้ใช้กระดาษทิชชู่ หรือไอใส่แขนเสื้อท่อนบนของตัวเองแทน เชื้อไวรัสจะไม่กระจายไปที่อื่น นับเป็นการตัดวงจรการแพร่เชื้อได้ในระดับหนึ่ง
5. พิถีพิถันในการล้างมือ : ในสถานการณ์ที่มีการแพร่ระบาดของโรคติดต่อ สิ่งสำคัญพื้นฐานที่เราทุกคนต้องทำเป็นประจำอย่าให้ขาด คือ หมั่นล้างมือบ่อยๆ ให้สะอาด โดยวิธีการง่าย คือการเปิดก๊อกน้ำให้น้ำไหลผ่านนิ้วมือและมือพร้อมถูสบู่เป็นเวลาอย่างน้อย 20-30 วินาที หรือร้องเพลง Happy Birthday หรือเพลงช้างน้อย 1 จบ
(ข้อมูลจาก สสส.)
























