1. อย่าตระหนักตกใจจนเกินเหตุ : ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009  และไข้หวัดใหญ่ทั่วไป ไม่ได้ติดต่อถึงกันได้ง่ายๆ แต่จะแพร่เชื้อได้ก็ต่อเมื่อใกล้ชิดกับคนที่มีอาการเท่านั้น ดังนั้นเราควรเป็นหูเป็นตา  หากพบคนใกล้ชิดมีอาการเบื้องต้น คือ มีไข้สูง ปวดเมื่อยตามตัว ปวดศรีษะ ไอ จาม ให้รีบพาไปพบแพทย์ และลางาน-ลาเรียน เป็นการชั่วคราวเพื่อพักผ่อนและรักษาตัวให้หายเป็นปกติ เพื่อเป็นการจำกัดวงการแพร่ระบาดไปสู่ผู้อื่น

2. อย่าไปอยู่ในที่ๆ แออัด : ช่วงเวลาที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อโรค  เราควรหลีกเลี่ยงสถานที่แออัดเป็นเวลานานๆ สถานที่แออัด ได้แก่ ต้องเบียดเสียดกัน เพราะเมื่อมีคนไอ จาม เชื้อโรคมีโอกาสเข้าสู่จมูกของเราได้ง่าย

3. อย่าเอามือสัมผัส ตา จมูก ปาก ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงในการติดเชื้อ : สำหรับคนที่ชอบเอามือมาขยี้ตา และแคะจมูก รวมทั้งชอบกัดเล็บ  ควรหยุดพฤติกรรมดังกล่าวทันที  เนื่องจากมือเป็นอวัยวะที่ไปหยิบจับสิ่งต่างๆ มากมาย  จึงเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคนานาชนิด หากเอามาสัมผัส ตา จมูก ปาก เชื้อโรคก็จะเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายและเร็วขึ้น เราจึงต้องระมัดระวัง

4. อย่าลืมล้างมือทุกครั้งให้สะอาด : การหมั่นล้างมือบ่อยๆ เพื่อเป็นการสร้างเสริมสุขลักษณะนิสัยที่ดีในการใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย  ห่างไกลจากเชื้อโรคต่างๆ


เมื่อเรารู้สึกว่าตัวเองมีอาการป่วยคล้ายเป็นไข้หวัดใหญ่ หรือพบผู้อื่นที่มีอาการมีไข้ขึ้นสูง ปวดเมื่อยตามตัว ปวดศรีษะ มีน้ำมูก ไอ และจาม  ให้สันษิฐานว่าอาจได้รับเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ซึ่งอาจเป็นไข้หวัดหใญ่สาย พันธุ์เก่าหรือสายพันธุ์ใหม่  ซึ่งเราควรมีวิธีการดูแลและป้องกันตนเอง และผู้อื่นด้วยหลัก 5 พ. ดังนี้

1. พักเรียน-พักงาน : เมื่อเรารู้สึกตัวหรือพบว่ามีคนที่มีอาการไข้ขึ้น สูง ไอ จาม มีน้ำมูก และปวดศรีษะ ควรหยุดเรียน และลางานทันทีเพื่อควบคุมวงจรการแพร่ระบาดของเชื้อไม่ให้แพร่กระจายไปสู่ผู้ อื่น จนกว่าจะพักฟื้นหายเป็นปกติ

2. พบแพทย์ : หากมีประวัติการเดินทางกลับจากต่างประเทศ ควรไปพบทันทีที่มีอาการป่วย เพื่อดำเนินการรักษาอย่างถูกต้องตามอาการเพื่อฟื้นฟูให้ร่างกายกลับมาแข็ง แรงดังเดิม  ในกรณีที่ไม่ได้เดินทางอาจดูแลรักษาตัวเอง  โดยปกติอาการจะดีขึ้นใน 3 วัน หากไม่ทุเลาให้ไปปรึกษาแพทย์

3. ใส่หน้ากาก : การใช้หน้ากากอนามัยเป็นสิ่งที่ผู้ป่วยทุกคนต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้เชื้อไวรัสแพร่ระบาดไปยังคนอื่น จะเป็นแบบกระดาษใช้แล้วทิ้งหรือแบบผ้าที่เอามาซักแล้วใช้ได้ใหม่ก็ได้  ซึ่งสามารถลดการแพร่กระจายของเชื้อโรคที่มีการติดต่อผ่านมาทางละอองจมูก   น้ำลาย เสมหะ การไอและการจาม

4. เพิ่มมารยาทการไอ-จาม : หากมีการไอ-จาม  อย่าใช้มือป้องปากเพื่อเชื้อจะติดอยู่ที่มือ และง่ายต่อการแพร่เชื้อ เมื่อมีการจัดสิ่งของหรือแตะต้องตัวผู้อื่น  แต่ให้ทุกคนพกผ้าเช็ดหน้าติดตัว  เมื่อมีอาการไอจามทุกครั้งให้นำผ้าเช็ดหน้าปิดปากและจมูก  เพื่อป้องกันละอองเชื้อไม่ให้กระจายไปสู่ผู้อื่น  โดยหากไม่มีผ้าผ้าเช็ดหน้า ให้ใช้กระดาษทิชชู่ หรือไอใส่แขนเสื้อท่อนบนของตัวเองแทน  เชื้อไวรัสจะไม่กระจายไปที่อื่น  นับเป็นการตัดวงจรการแพร่เชื้อได้ในระดับหนึ่ง


5. พิถีพิถันในการล้างมือ : ในสถานการณ์ที่มีการแพร่ระบาดของโรคติดต่อ สิ่งสำคัญพื้นฐานที่เราทุกคนต้องทำเป็นประจำอย่าให้ขาด คือ หมั่นล้างมือบ่อยๆ ให้สะอาด  โดยวิธีการง่าย คือการเปิดก๊อกน้ำให้น้ำไหลผ่านนิ้วมือและมือพร้อมถูสบู่เป็นเวลาอย่างน้อย 20-30 วินาที  หรือร้องเพลง Happy Birthday หรือเพลงช้างน้อย 1 จบ

(ข้อมูลจาก สสส.)

ข่าวสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง

Proverbs

"In science one tries to tell people, in such a way as to be understood by everyone, something that no one ever knew before. But in poetry, it's the exact opposite." อ่านต่อ

Leaders must be tough enough to fight, tender enough to cry, human enough to make mistakes, humble enough to admit them , strong enough to absorb the pain, and resilient enough to bounce back and keep on moving. อ่านต่อ

View All: Proverbs

ประมวลภาพกิจกรรมต่าง ๆ

Login

SG Poll

ท่านเข้าเยี่ยมชมเว็บโรงเรียนเซนต์คาเบรียลบ่อยแค่ไหน?






Results

Clip กิจกรรมโรงเรียน

ค่ายพัฒนาทักษะชีวิต และลูกเสือ2009 ระดับชั้น ม.3 เทอม2 ประจำปีการศึกษา 2552

Watch it!

More

Banner

Banner

Banner

Banner

Visitors Counter

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday332
mod_vvisit_counterYesterday959
mod_vvisit_counterThis week6116
mod_vvisit_counterLast week7128
mod_vvisit_counterThis month30014
mod_vvisit_counterLast month27925
mod_vvisit_counterAll days121870

Online (20 minutes ago): 15
Your IP: 38.107.191.84
,
Today: Jul 31, 2010